ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการและบุคลากร โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า

Arrow up
Arrow down

 

DSC 2745



หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 พ.ต.หลวงธุรไวทยวิเศษนายแพทย์ประจำกองทหารวังปารุสกวันพิจารณาเห็นว่า ถ้าหากได้จัดให้มีสถานพยาบาลเป็นแหล่งกลางของกองทัพบกขึ้นสักแห่งทำนองโรง พยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยซึ่งขอยืมนายทหารกองทัพบกไปใช้ปฏิบัติงาน)จึงได้นำความเรื่องนี้ ปรึกษากับ พ.อ.พระยาทรงสุรเดช ท่านเห็นด้วยในหลังการท่านเห็นเห็นด้วยในหลังการและยินดีที่จะสนับสนุนสถานท ี่และมีที่อยู่ในข่ายพิจารณา 3 แห่ง คือ
1.โฮเต็ลพญาไท
2.วังบางขุนพรหม
3.กรมแผนที่ทหารบก

เมื่อได้พิจารณากันแล้วในที่สุดเห็นว่าโฮเต็ลพญาไท เหมาะกว่าที่อื่น พ.ต.หลวงธุรไวทยวิเศษจึงได้เรียน พ.อ.พระยาทรงสุรเดช ให้ขอโฮเต็ลพญาไท เป็นที่ตั้งโรงพยาบาลต่อไป ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7 )ก็ได้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมพระราชทานวังพญาไทนี้เป็นสถานพยาบาลของทหารและทรงสำนัก ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ทำสัญญาโอนที่ดินซึ่งมีเนื้อที่ 63 ไร่3 งาน 54 ตารางวาให้แก่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2483ฉะนั้นทางราชกาลจึง ได้จัดรวมกองเสนารักษ์ ที่ 1 (ปากคลองหลอด)และกองเสนารักษ์ที่ 2 (บางซื่อ)มาตั้ง ณ พระราชวังแห่งนี้แล้วให้ชื่อใหม่ว่า กองเสนารักษ์จังหวัดทหารบกกรุงเทพฯมี พ.ท.หลวงวินิชเวช การเป็นผู้บังคับกอง และได้กระทำพิธีเปิดสถานพยาบาลแห่งนี้เมื่อวันที่26 พฤศจิกายน พ.ศ.2475 โดยมี พ.อ. พ.อ.พระยาพระหลพลพยุหเสนา.อ.พระยาทรงสุรเดชและนายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกหลาย ท่านได้มาร่วมในพิธีนี้การดำเนินการเพื่อพี่จะให้การรักษาพยาบาลของสถานที่ แห่งนี้ได้เจริญก้าวหน้าไปตามลำดับทางกองทับบกจึงได้โอนนายแพทย์ที่มีความ รู้ความสามารถอันดีเยี่ยมจากคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คือ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งขณะนั้นขึ้นอยู่กับกระทรวงธรรมการจำนวน 3 นาย คือ
1. รองอำมาตย์เอก หลวงวาทวิทยาวัฒน์ มาบรรจุในแผนกอายุกรรม
2. รองอำมาตย์ตรี สงวน โรจนวงศ์ มาบรรจุแผนกศัลยกรรม
3. รองอำมาตย์ตรี บุญเจือ ปุณโสนี มาบรรจุในแผนกสูตินารีเวชกรรม

DSC 2745


ตั้งแต่นั้นมา กิจการก็ดำเนินมาด้วยดี ในตอนปลายปี พ.ศ. 2476 ทางราชการได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการจัดจำหน่ายทหารให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อสอดคล้องกับแผนการจัดจำหน่ายเพื่อสอดคล้องกับแผนการจัดจำหน่ายทหารใน ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นขณะนั้นกองเสนารักษจังหวัดทหารบกกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนนามว่า กองเสนารักษ์มณฑลทหารบกที่ 1ลำดับใช้ชื่อนี้มา ตลอดเวลาสงครามเอเชียบรูพาและในระหว่างสงครามทางราชการทหารจำเป็นต้องระงับ การช่วยเหลือประชาชนเสียชั่วคราว ทั้งนี้เนื่องจากต้องจัดขยายสถานที่ไว้สำหรับรักษาพยาบาลโดยเฉพาะต่อมาเมื่อ สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงเมื่อ พ.ศ.2488 กองทัพบกได้พิจารณาเห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงสมรรถภาพของทหารให้ดี ยิ่งขึ้นรวมทั้งในด้านการรักษาพยาบาลผู้ป่วยเจ็บ การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ คือ แพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ เทคนิคอื่น ๆ ตลอดการวิจัยในทางวิทยาวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ ดังนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2489 กองเสนาเสนามลฑลทหารบกที่1 จึงแปรสภาพเป็นโรงพยาบาลทหารบกและโอนการบังคับบัญชาขึ้นตรงตรงต่อกรมการ แพทย์สุขาภาบาล(กรม ทหารบกในปัจจุบัน) โดยได้เปิดทำการรักษาพยาบาลประชาชนทั่วไปเช่นเดิมและใช้โรงพยาบาลทหารบก ในเวลาเดี่ยวกันก็ใช้เป็นแหล่งศึกษาสำหรับแพทย์ตลอดจนเจ้าหน้าที่เทคนิค อื่น ๆ ด้วยในสมัย พล.ต.ถนอม อุปถัมภานนท์ เป็นนายแพทย์ใหญ่ทหารบกได้ดำริเห็นสมควรที่จะอันเชิญอันเชิญพระปรมาภิไธยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มาขนานนามโรงพยาบาลเพื่อเป็นเป็นการ เฉลิมพระเกียรติและอนุสรณ์รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

 

 

โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า
315 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
กรุงเทพมหานคร 10400 โทร 0-2763-9300,0-2354-7600-28